Winners Lane คืออะไร?
Winners Lane คือคอร์ตบนสุด คอร์ตของราชาใน King of the Court เป็นรางวัลที่ทุกคนพยายามไต่ขึ้นไปให้ถึง และเป็นที่ที่แชมป์ในท้ายที่สุดต้องป้องกันไว้ให้ได้
- คอร์ตต่าง ๆ จะเรียงเป็นเลน โดย Winners Lane อยู่บนสุด
- ทุกชัยชนะจะดันคุณขึ้นไปหนึ่งเลนสู่ Winners Lane ทุกความพ่ายแพ้จะส่งคุณกลับลงมา
- การไปถึง Winners Lane เป็นแค่ครึ่งทาง จากนั้นคุณต้องรักษาตำแหน่งไว้จากผู้ท้าชิงที่ไต่ขึ้นมาจากเลนด้านล่าง
- ใครที่ครอง Winners Lane อยู่เมื่อจบรอบสุดท้ายจะคว้าแชมป์ นี่คือวิธีที่ King of the Court ตัดสินผู้ชนะ
กติกาของ Winners Lane
Winners Lane ใช้กติกาปกติของกีฬาของคุณ แต่เพิ่มลูกเล่นไต่คอร์ตแบบ King of the Court นี่คือกติกาของ Winners Lane:
- ก่อนแมตช์แรก ทีม คู่แข่ง และเลนเริ่มต้นจะถูกจับสลากแบบสุ่ม หรือผู้จัดวางเอง
- ชนะแล้วขึ้นไปหนึ่งเลน แพ้แล้วลงหนึ่งเลน ในประเภทคู่ทุกคนจะสลับคู่หลังจบทุกรอบ ส่วนใน Team Winners Lane ทีมจะอยู่ด้วยกันตลอด
- เมื่อไปถึง Winners Lane เป้าหมายของคุณจะเปลี่ยนจากการไต่ขึ้นเป็นการรักษาตำแหน่งไว้จนจบ
- ในประเภทคู่ ทีมที่ชนะบน Winners Lane จะอยู่ที่เดิมแต่ถูกแยกคู่ ไปจับคู่กับผู้ท้าชิงที่ชนะขึ้นมาจากเลนด้านล่าง
- ทีมที่ครอง Winners Lane เมื่อเล่นรอบสุดท้ายจะเป็นผู้ชนะทั้งทัวร์นาเมนต์
- แมตช์จบด้วยผลเสมอไม่ได้ หากคะแนนเท่ากัน จะใช้แต้มตัดสินหนึ่งแต้มชี้ขาด
- จำนวนรอบจะกำหนดไว้ก่อนเริ่มเล่น
Winners Lane นับแต้มอย่างไร?
การนับแต้มทำให้ Winners Lane เดินหน้าต่อเนื่อง ทุกแมตช์มีผู้ชนะชัดเจน ทีมจึงไต่ขึ้นหรือตกลงเลนได้ก่อนรอบถัดไป นับแต้มแบบที่คุณชอบ จะเป็นแบบเกมและเซตตามปกติ หรือนับแต้มทุกแรลลี่ที่ได้ 1 แต้มในทุกแรลลี่ที่ชนะก็ได้
- แต่ละแมตช์เล่นจนถึงแต้มที่กำหนด โดยทั่วไปคือ 16, 24 หรือ 32 แต้ม หรือตามเวลาที่กำหนด 10–20 นาทีต่อรอบ เพื่อให้ทุกเลนจบพร้อมกันและสลับได้ตรงจังหวะ
- แต่ละทีมเสิร์ฟ 2 ครั้ง จากนั้นสลับให้ฝ่ายตรงข้ามเสิร์ฟ
- ทุกแรลลี่ที่ชนะจะได้ 1 แต้มให้ทีมที่ชนะ และฝ่ายที่ได้คะแนนสูงกว่าจะได้เลนนั้น
- การชนะหรือแพ้คือสิ่งที่ทำให้คุณเลื่อนเลน แต่แต้มรายบุคคลก็ยังนับ: หากแมตช์ 24 แต้มจบด้วยสกอร์ 10–14 ผู้เล่นที่ 1 และ 2 ได้คนละ 10 แต้ม และผู้เล่นที่ 3 และ 4 ได้คนละ 14 แต้ม
Winners Lane ต้องใช้ผู้เล่นและคอร์ตเท่าไร?
การจัดทัวร์นาเมนต์ Winners Lane (King of the Court) ต้องมีผู้เล่นพอสำหรับอย่างน้อยสองคอร์ต คือ 8 คนในประเภทคู่ หรือ 4 คนในประเภทเดี่ยว และจำนวนรวมต้องเติมทุกเลนได้เลนละสองทีม
- จำนวนคอร์ตที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่นต่อทีม วางแผนไว้ 4 คนต่อคอร์ตในประเภทคู่ และ 2 คนในประเภทเดี่ยว
- คอร์ตคือเลน จึงต้องจัดให้เหมาะกับจำนวนผู้เล่น: ผู้เล่นประเภทคู่ 8 คน = 2 คอร์ต, 12 คน = 3, 16 คน = 4 และต่อไปเรื่อย ๆ
- คละผู้เล่นต่างระดับได้ดี เพราะการไต่เลนจะจัดทุกคนเข้าสู่เลนที่สูสีกันภายในไม่กี่รอบ
- เวลาเล่นขึ้นอยู่กับจำนวนรอบที่คุณเลือก แต่ควรเผื่อไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
จัดทัวร์นาเมนต์ Winners Lane อย่างไร?
Winners Lane คือรูปแบบ King of the Court ที่ผู้เล่นชื่นชอบ แต่ติดตามด้วยมือได้ยากมาก เพราะเลน การสลับคู่ และการเลื่อนขึ้นเปลี่ยนทุกรอบ CourtTable จัดการการไต่เลนให้คุณ และเป็นทางเลือกที่เข้มข้นและมีชีวิตชีวากว่า Americano หรือ Mexicano เมื่อคุณอยากให้มีการเคลื่อนย้ายระหว่างคอร์ต
- เลือก Winners Lane และจำนวนผู้เล่นต่อทีม เพิ่มผู้เล่นอย่างน้อย 8 คนในประเภทคู่ หรือ 4 คนในประเภทเดี่ยวจากรายชื่อผู้เล่นของคุณ แล้วให้ CourtTable กำหนดเลนเริ่มต้น ทีม และคู่แข่งโดยอัตโนมัติ
- ตั้งคอร์ตเป็นเลน คอร์ตละหนึ่งแมตช์ โดยให้ Winners Lane อยู่บนสุด
- กำหนดการนับแต้มและจำนวนรอบให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเล่น เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าจะชนะ Winners Lane ได้อย่างไร
- หลังจบแต่ละรอบ คุณกรอกคะแนน CourtTable จะเลื่อนผู้ชนะขึ้น ลดผู้แพ้ลง และสลับคู่ใหม่ ขณะที่ทุกคนติดตามการไต่เลนได้ทางหน้าสาธารณะหรือหน้าจอทีวี
